ปรึกษาทนายจิม
085-939-3392

Line ID: @tanaijim

คำพิพากษา

อ่านต่อ
อัยการสูงสุดยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ เกิน 180 วัน ตามมาตรา93 วรรคหนึ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกา   พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561 มาตรา77 มาตรา93

     พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561 มาตรา93 วรรคหนึ่ง กำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงานของอัยการสูงสุด รวมทั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จและฟ้องดำเนินคดีภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารพยานหลักฐานและความเห็นพร้อมสำเนาอิเล็กทรอนิกส์จากสำนักงาน ป.ป.ช. แม้อัยการสูงสุดโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบเกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันตามมาตรา 93 วรรคหนึ่ง แต่มาตรา 93 วรรคสอง บัญญัติให้นำความมาตรา 77 มาใช้บังคับกับการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยอนุโลม และมาตรา 77 วรรคท้าย บัญญัติยกเว้นให้ฟ้องคดีเกินกำหนดระยะเวลา 180 วัน แสดงว่ามิใช่เป็นบทบัญญัติอายุความฟ้องร้องหรือเงื่อนไขในการฟ้องร้องหรือการดำเนินคดี โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา149(เดิม) มาตรา157(เดิม) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561 มาตรา123/1 มาตรา123/2 และมาตรา173 ภายในอายุความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2561 มาตรา 93 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 77 วรรคท้าย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

    

อ่านต่อ
คดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา ทนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน 50,000 บาท

คำพิพากษาฎีกาที่ 1351/2567   ป.วิ.อ.มาตรา 36, 46  ป.วิ.พ.มาตรา 247  พระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตา 17,25

   แม้คดีส่วนแพ่งของโจทก์มีทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง แต่เป็นคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา การพิพากษาคดีส่วนแพ่งศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ทั้งเป็นส่วนหนึ่งของคดีอาญา เมื่อโจทก์อุทธรณ์คดีในส่วนอาญา ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ย่อมมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งได้โดยโจทก์ไม่จำต้องขออนุญาตอุทธรณ์คดีส่วนแพ่ง

อ่านต่อ
การกระทำโดยบันดาลโทสะ เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

คำพิพากษาฎีกาที่ 1109/2567   บันดาลโทสะ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 72 /ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตา 195

     แม้จำเลยมิได้ยกปัญหาเรื่องการกระทำโดยบันดาลโทสะขึ้นต่อสู้ในคำให้การที่ศาลบันทึกหรือที่จำเยยื่น ทำให้ศาลชั้นต้นมิได้ยกขึ้นวินิจฉัย เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลชั้นอุทธรณ์จำเลยย่อมมีสิทธิยกเรื่องการกระทำโดยบันดาลโทสะขึ้นอ้างเพื่อให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยได้เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

      หลังจากจำเลยถูกผู้เสียหายเตะหน้า จำเลยออกจากบ้านของผู้เสียหายขับรถจักรยานยนต์กลับไปที่บ้านของจำเลยที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 600 เมตร ซึ่งไม่ไกลและใช้ระยะเวลาในการเดินทางไปกลับไม่นานในขณะที่โทสะของจำเลยยังพลุ่งพล่านอยู่ไม่ขาดตอนจากเหตุการณ์ที่ถูกผู้เสียหายเตะหน้ากลับมาทำร้าย การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 72